BE PROUD CLINIC
รายงานภายใน · ปี 2569
Voice of Customer · แบบสอบถามผู้รับบริการ

ลูกค้าเลือกบีพราวด์เพราะเชื่อมือหมอ ไม่ใช่เพราะราคา

สรุปเสียงจากลูกค้า 427 คนตลอดปี 2569 — สิ่งที่เราทำได้ดี จุดที่ต้องปรับ และโอกาสเติบโตที่มองเห็นได้จากข้อมูล

427
ผู้ตอบแบบสอบถามทั้งปี
67%
ไม่พบปัญหาที่ต้องแก้ไข
55%
รู้จักเราจาก TikTok
28
อายุเฉลี่ยลูกค้า (ปี)
ภาพรวมใน 30 วินาที

จุดแข็งของแบรนด์ชัดเจน

ข้อมูลชี้ตรงกันว่าสิ่งที่ดึงลูกค้าเข้ามาคือความเชื่อมั่นในตัวหมอและผลงาน ไม่ใช่ราคา นี่คือสินทรัพย์ที่ต้องรักษาและขยายต่อ

209

"ความเชี่ยวชาญของหมอและทีมงาน" คือเหตุผลอันดับ 1

จากผู้ตอบ 427 คน เหตุผลที่เลือกบีพราวด์มากที่สุดคือความเชี่ยวชาญของแพทย์ (209) และผลงานที่เห็นจากสื่อ (189) ขณะที่ "ราคาและโปรโมชั่น" อยู่อันดับ 9 (75) — แปลว่าเราแข่งด้วยคุณภาพและความน่าเชื่อถือ ไม่ได้แข่งด้วยการลดราคา

ก่อนอ่านตัวเลข

วิธีอ่านรายงานนี้ให้ถูก

แบบสอบถามชุดนี้มีจุดแข็งมากด้านเสียงลูกค้า แต่มี 2 ข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อน เพื่อไม่ให้ตัดสินใจจากตัวเลขที่อ่านผิด

ข้อควรระวังของข้อมูล

  • คำถามแต่ละข้อมีจำนวนคนตอบไม่เท่ากัน บางข้อตอบครบ ~427 คน แต่บางข้อตอบแค่ ~101 คน — ห้ามเอาตัวเลขข้ามข้อมาเทียบกันตรงๆ โดยเฉพาะ "จำนวนเคสตามแพทย์" ที่ฐานมีแค่ ~101 จึงใช้ดูสัดส่วนเคสจริงของหมอไม่ได้ ต้องดูจากระบบจองจริงแทน
  • ตัวเลข "ลูกค้าเก่า = 1" ใช้ไม่ได้ เป็นความผิดพลาดของการเก็บข้อมูล ทำให้แบบสอบถามรอบนี้วัดอัตราการกลับมาใช้ซ้ำ (repeat rate) ไม่ได้ ซึ่งเป็นตัวเลขสำคัญที่ควรอุดในรอบหน้า
ประเด็นที่ต้องลงมือ

8 เรื่องที่ผู้บริหารควรโฟกัส

แบ่งเป็น 4 กลุ่ม: โอกาสเติบโต / จุดที่ต้องแก้ / จุดแข็งที่ต้องรักษา / ความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง ทุกข้อมีตัวเลขสนับสนุนและข้อเสนอที่ทำได้จริง

โอกาสใหญ่ที่สุด โอกาสเติบโต

งานฉีดคือเครื่องยนต์รายได้ที่กลับมาซ้ำ

52 vs 30อยากทำงานฉีดเพิ่ม 52 คน แต่ตอนนี้ทำจริงแค่ ~30 เคส

บริการที่ลูกค้าอยากทำเพิ่มอันดับ 1 คือฟิลเลอร์/โบท็อกซ์ ซึ่งต้องกลับมาทำซ้ำทุก 3–6 เดือน = รายได้ที่คาดเดาได้และ LTV สูง ต่างจากงานผ่าตัดที่ทำครั้งเดียวจบ

ทำ: ทำคอร์ส/แพ็กเกจดึงลูกค้าผ่าตัดให้ต่อยอดเป็นลูกค้าฉีดประจำ สร้างฐานรายได้ recurring
โอกาสเติบโต

ช่องว่าง Instagram ที่ยังไม่ได้ใช้

246 → 2เล่น IG ประจำ 246 คน แต่รู้จักเราจาก IG แค่ 2 คน

กลุ่มเป้าหมายอยู่บน Instagram จำนวนมาก (อันดับ 3 ที่ลูกค้าเล่นประจำ) แต่คอนเทนต์เรายังไปไม่ถึง ทั้งที่ลงทุน TikTok เต็มที่แล้ว

ทำ: ขยายคอนเทนต์ลง IG Reels โดยรีไซเคิลคลิป TikTok ที่เวิร์กอยู่แล้ว ลงแรงน้อยแต่ upside สูง
โอกาสเติบโต

Emma Clinic คือคู่แข่งตรงเบอร์ 1

78คน เทียบกับ Emma ก่อนตัดสินใจ (สูงสุดในกลุ่มคู่แข่ง)

ข่าวดีคือ 158 คน "ไม่ได้ดูที่อื่นเลย" สะท้อนว่าแบรนด์แข็งพอให้คนตัดสินใจมาเลย แต่ควรเข้าใจว่า Emma ชนะใจตรงไหน

ทำ: ศึกษาจุดขาย Emma เชิงลึก แล้วสื่อสารจุดที่เราเหนือกว่าให้ชัด
ต้องแก้

เวลารอคิวคือปัญหาจริงอันดับ 1

47คน ระบุว่าเวลารอคิวคือสิ่งที่ควรปรับปรุงที่สุด

ในกลุ่มที่ระบุปัญหา เวลารอคิวมาเป็นอันดับหนึ่ง เหนือกว่าเรื่องราคาและสถานที่ การจัดคิวที่ดีขึ้นคืนความพอใจได้มากกว่าการลดราคา

ทำ: ทบทวนระบบนัดหมาย/จัดคิว และสื่อสารเวลารอที่ชัดเจนกับลูกค้าหน้างาน
ต้องแก้

ราคาไม่ได้แพง แต่ "งง"

~70คน อยากให้ราคาชัดขึ้น + โปรโมชั่นทันสมัยขึ้น

ลูกค้าไม่ได้บ่นว่าแพง แต่บ่นเรื่องความชัดเจนของราคา (30) และโปรโมชั่นที่มีน้อย/ไม่ทันสมัย (40) ความไม่ชัดนี้คือ friction ก่อนปิดการขาย

ทำ: ทำตารางราคาชัดเจนสื่อสารตั้งแต่ก่อนลูกค้ามาถึง ลดการต่อรองหน้างาน
รักษาไว้

คอนเทนต์ "ก่อน-หลัง" คือตัวปิดการขาย

81 vs 14ก่อน-หลังทำให้ตัดสินใจ 81 คน แต่โปรโมชั่นแค่ 14

ลูกค้ากลุ่มนี้ขับเคลื่อนด้วย "หลักฐานผลงาน" ไม่ใช่ส่วนลด สอดคล้องกับ "เห็นผลงานจากสื่อ" (189) ที่เป็นเหตุผลเลือกคลินิก ควรลดน้ำหนักคอนเทนต์โปรโมชั่นลง

ทำ: ทุ่มทรัพยากรผลิต before-after และรีวิวจริงให้มากสุด ลดคอนเทนต์ลดราคา
รักษาไว้

ลูกค้าตัวจริง + มุมขาย "ของขวัญตัวเอง"

121คน ทำเพื่อ "ให้ของขวัญตัวเอง" (เหตุผลอันดับ 3)

ลูกค้าหลักคือพนักงานออฟฟิศ (177) รายได้ 10,000–30,000 ตัดสินใจเอง (61) และมีมุม emotional ที่ใช้ได้ดีช่วงเทศกาล/โบนัส/วันเกิด — "รางวัลให้ตัวเองที่ทำงานหนักมาทั้งปี"

ทำ: ออกแบบแคมเปญ "ของขวัญตัวเอง" ช่วงปลายปี/โบนัส และแพ็กเกจผ่อนที่เหมาะกับกลุ่มนี้
เฝ้าระวัง

เคสกระจุกตัวที่หมอ 2 ท่าน

51%หมออาร์ม + หมอไบร์ท รวมกันกว่าครึ่งของเคส

ความเชี่ยวชาญของหมอคือจุดแข็งเบอร์ 1 แต่การพึ่งหมอไม่กี่ท่านคือความเสี่ยง หากท่านใดไม่อยู่จะกระทบหนัก (ฐานข้อมูลนี้ ~101 ใช้ดูแนวโน้ม ไม่ใช่สัดส่วนจริง)

ทำ: วางแผนกระจายเคสและปั้นหมอรุ่นถัดไป แปลง branding ของหมอให้กลายเป็นเคสจริง
ประสิทธิภาพการตลาด

ช่องทางไหนคุ้มค่าที่สุด

เทียบจำนวนคน "เล่นช่องนั้นประจำ" กับคน "รู้จักเราครั้งแรกจากช่องนั้น" เพื่อดูว่าช่องไหนเราดึงลูกค้าได้จริง

ช่องทางเล่นประจำรู้จักเราครั้งแรกประสิทธิภาพ
TikTok378236สูงมาก
Facebook322123ดี
Instagram2462แทบเป็นศูนย์
Lemon858~0ยังไม่เจาะ

ข้อสรุป: TikTok และ Facebook ทำงานได้ดีทั้งคู่ — อย่าทิ้ง Facebook เพราะมัวโฟกัส TikTok ส่วน Instagram คือช่องที่ลูกค้าอยู่เต็มแต่เราแทบไม่ได้อะไรกลับมา = โอกาสที่ลงแรงน้อยสุดแต่ได้ผลมากสุด

ข้อมูลเชิงลึก (Interactive Dashboard)

คลิกแท็บเพื่อสลับดูข้อมูลแต่ละด้าน · เลื่อนเมาส์บนกราฟเพื่อดูตัวเลข

บริการที่ลูกค้ารับบ่อยที่สุด (เคส)

จำนวนเคสตามแพทย์ผู้ดูแล (คน)

รู้จักบีพราวด์ครั้งแรกจากช่องทางใด

โซเชียลมีเดียที่ลูกค้าเล่นประจำ (ตอบได้หลายข้อ)

คอนเทนต์ที่ทำให้สนใจมาใช้บริการ

คลินิกที่เป็นตัวเลือกก่อนมาบีพราวด์

เหตุผลหลักที่เลือกบีพราวด์ (ตอบได้หลายข้อ)

สาเหตุที่อยากทำศัลยกรรม

สิ่งที่ลูกค้าให้ความสำคัญสุดเมื่อเลือกคลินิก

สิ่งที่ควรปรับปรุง (288 คนตอบว่าไม่พบปัญหา)

ของแจกที่ลูกค้าชอบ

รายได้ต่อเดือนของลูกค้า

อาชีพของลูกค้า

ใครมีส่วนช่วยตัดสินใจ

บริการที่สนใจทำเพิ่มในอนาคต

ก้าวต่อไป

ข้อเสนอต่อยอดแบบสอบถาม

ปรับเครื่องมือเก็บข้อมูลให้ตอบคำถามธุรกิจได้คมขึ้นในรอบถัดไป